การเตรียมการเพื่อการใช้NUKE ในองค์กร
Page: 1/2
phpNUKE ถือเป็นระบบ Content Management System ที่เหมาะสำหรับการนำมาทำเวปภายในองค์กรได้
....1. องค์กรของเราต้องการContent management system (CMS)เท่าใหน
.....คงต้องถามตัวเราว่า ระดับใหนถึงจะต้องใช้ content เป็นตัวนำระบบ หมายถึง เรามีข้อมูลใหม่ ทุกวัน และมีผู้ใช้ข้อมูลนั้นมากขนาดใหน มีการใช้ข้อมูลร่วมกัน และจะต้องเผยแพร่ให้ใครบ้าง
....ถ้าระบบนั้นเป็นระบบปิด เป็นระบบจัดการที่มีข้อมูลตายตัว ก็สามารถใช้ระบบรูปแบบของเวปธรรมดาได้
....ถ้าระบบนั้นเป็นระบบเปิด มีผู้เข้ามาใช้ หรือส่งข้อมูลมาก และมีการแชร์ข้อมูลกัน อย่างที่ผมมีประสบการณ์ก็คือ ห้องสมุด หรือระบบคลินิคต่าง ๆ ในรพ. ภาควิชาต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย อย่างนี้ก็สามารถใช้ระบบ CMS
...2. เตรียมความพร้อมจะใช้ phpNUKE
....เนื่องจาก CMS ที่ผมรู้จักมีอยู่อย่างเดียวจริง ๆ คือ phpNUKE (จริง ๆ แล้ว postNUKE ด้วยแต่เป็นระบบพี่น้องกัน ) จึงขอเสนอเพียงตัวอย่างเดียว ถ้าจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ แล้วมีประสบการณ์มาเล่าให้ผมฟัง ก็จะเป็นประโยชน์มาก
....ก่อนจะนำ NUKE มาใช้ ควรจะต้องรู้ส่วนประกอบต่าง ๆ คร่าว ๆ และข้อจำกัดของ phpNUKE (อันนี้ว่ากันตามประสบการณ์ของผมนะครับ ไม่ได้อ้างตำราใด และถ้าผิดขอช่วย Comment ด้วย)
1. ระบบเนื้อหา
เนื้อหาของ phpNUKE สามารถแจกแจงได้เป็น
- Content เนื้อหาหลัก จะแยกเป็น category ได้หนึ่งระดับ เช่น ของ doctorNUKE ก็จะแยกเป็น 1 Tutorials 2. portedModifications และ 3.English tutorial อย่างนี้เป็นต้น Content จะเหมาะสำหรับ 1. เนื้อหาตายตัว ไม่ต้องการโพล และcomment เช่น คู่มือการใช้งาน การใช้ยา หนังสืออ้างอิง 2. เนื้อหาที่เรียงลำดับความต่อเนื่องได้ และไม่จำเป็นที่จะต้องเผยแพร่ผ่านทาง Backend ดังนั้น ถ้าเป็นข้อมูลประเภทข่าว หรือประกาศ ก็ไม่ควรใช้ ให้ใช้เป็น Topic เป็นต้น
.......การออกแบบเนื้อหาดี จะต้องสัมพันธ์กับเวปหลัก และไม่ซ้ำกับ Topic category แต่จะสนับสนุนซึ่งกันและกัน ซึ่งจะกล่าวต่อไป
- Topic หรือ Article ส่วนนี้จะเป็นเนื้อหาที่ต้องการ Update บ่อย เช่น ข่าว หรือประกาศ วารสารใหม่ ๆ หรือแจ้งการ downloads ต้องการเผยแพร่ออกทาง Backend ได้ และสามารถมี poll หรือ comment ได้
.......การออกแบบเนื้อหาของ Topics อาจค่อนข้างน่าสับสนสำหรับมือใหม่ เพราะเนื่องจากมี หัวข้อ(topic title) แล้วยังมี Category อีก และการจัดการ Category ให้ดีก็ไม่ควรไปซ้ำกับ Category ของ Content อีก
ผมขอยกตัวอย่างคร่าว ๆ เกี่ยวกับการจัดการ Content และ Topics ที่นี่
Content Category:
1.Tutorials
. 2.Advance Modification
. 3.English Tutorial
Topics Category:
1.บทความ
. 2.แนะนำเวปไซด์
. 3.ดาวน์โหลด
. 4.Modification
Topics :
1.phpNUKE
. 2.bbToNUKE
. 3.Addon block&modules
. 4.BBcodes
อย่างนี้เป็นต้น จะสังเกตว่าเนื้อหาจะไม่ซ้ำ แต่สัมพันธ์กัน เช่น หา downloads bbcodes และไปดูที่ Content ที่เกี่ยวข้องกับ Modification ได้ หรือถ้าเรามีบทความใหม่ เกี่ยวกับ phpBB toNUKE ก็จะหาที่ลงได้ และไปดูต่อที่ tutorials
ถ้าออกแบบไม่ดี เนื้อหาจะสับสน เช่น มีดาวน์โหลดมาใหม่ ลงไปทั้ง tutorials, บทความและ download อย่างนี้หาลำบากครับ คงต้องนั่งเรียบเรียงดูเอง ของอย่างนี้ต้องลองผิดลองถูก